ข้อมูลจากภาพแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแสดงให้เห็นว่าในวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มีร่องมรสุม (สัญลักษณ์
) พาดผ่านบริเวณประเทศพม่า ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ตอนบนของ ประเทศลาวและเวียดนาม เข้าสู่พายุโซนร้อน “วิภา” (สัญลักษณ์
) และถึงแม้พายุได้สลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ (สัญลักษณ์
)แล้วที่บริเวณตอนบนของประเทศลาว แต่ยังคงมีร่องงมรสุมพาดผ่านตอนบนของประเทศพม่า ภาคเหนือของไทยเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวในวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 หลังจากนั้นแนวร่องได้เลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนของประเทศพม่า ลาวและเวียดนามเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งต่อมาในช่วงวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2568 ร่องดังกล่าวได้สลายตัวไป แต่ยังคงมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ต่อมาในช่วงวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2568 ร่องมรสุมได้กลับมาพาดผ่านบริเวณเดิมอีกครั้ง ก่อนที่จะสลายตัวไปในวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 แต่ยังคงมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยจนถึง วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่านทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมี กำลังปานกลาง ซึ่งลักษณะดังกล่าวทำให้ยังคงมีฝนตกบริเวณภาคเหนือรวมถึงบริเวณอื่นของประเทศไทย แม้พายุจะสลายตัวไปแล้ว
ต่อมาในช่วงวันที่ 21-22 สิงหาคม 2568 มีหย่อมความกดอากาศต่ำ (สัญลักษณ์
) ปกคลุมอยู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งส่งผลทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มมากขึ้น ต่อมาในวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ได้มีร่องมรสุม (สัญลักษณ์
) พาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำให้บริเวณดังกล่าว
ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวพายุโซนร้อน “คาจิกิ” (สัญลักษณ์
) ได้เคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์เข้ามายังทะเลจีนใต้ และเคลื่อนเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยในช่วงวันที่ 24-25 สิงหาคม 2568 โดยในระหว่างนั้นพายุเพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่น (สัญลักษณ์
) พร้อมทั้งได้เกิดร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่พายุดังกล่าว ต่อมาในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 พายุดังกล่าวได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนามแล้วสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ (สัญลักษณ์
)และทำให้เกิดร่องมรสุม (สัญลักษณ์
)พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกครั้งในช่วงวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ซึ่งในเวลาเดียวกันได้เกิดหย่อมความกดอากาศต่ำ (สัญลักษณ์
) บริเวณทะเลจีนใต้ใกล้ชายฝั่งประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งในวันต่อมาร่องมรสุมได้พาดผ่านเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าว ก่อนที่จะเพิ่มกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชัน “หนองฟ้า” (สัญลักษณ์
) ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 และยังคงมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่พายุ “หนองฟ้า” ในวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ประกอบกับในเวลาเดียวกันพายุได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แล้วสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 แต่ยังคงมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่องออกไปอีกอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนกันยายน 2568
สำหรับเดือนกันยายนไปจนถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 บริเวณประเทศไทยมีร่องมรสุมพาดผ่านเกือบตลอดทั้งเดือน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและ
อ่าวไทยมีกําลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนในช่วงต้นเดือน และในช่วงปลายเดือนยังได้รับ อิทธิพลจากไต้ฝุ่น “รากาซา” (RAGASA) ที่เคลื่อนเข้ามาสลายตัวบริเวณประเทศเวียดนาม อีกทั้งมีไต้ฝุ่น “บัวลอย” (BUALOI) ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกว่างบิ่ญ ประเทศเวียดนามตอนบน ก่อนเคลื่อนเข้ามาสลายตัวบริเวณประเทศลาว ลักษณะดังกล่าวทําให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่
เข้าสู่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยยังคงมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในช่วงต้นเดือน ประกอบกับมีแนวพัดสอบของลม ตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือและภาคกลาง อีกทั้งมีลมตะวันออกและลม ตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่างในบางช่วง นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม และเคลื่อนผ่านกัมพูชา และลาว ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยบริเวณอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ขณะมีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชัน พายุลูกนี้ได้อ่อนกำลังลง เป็นหย่อมความอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทย ก่อนเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมา





































































