ในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนกรกฎาคม 2568 เครือข่ายเรดาร์คอมโพสิทของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ตรวจพบกลุ่มฝนเกิดขึ้นทุกวันโดยเฉพาะช่วงวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2568 ที่มีกลุ่มฝนตกหนักกระจุกตัวเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ของภาคเหนืออันเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นวิภา ต่อมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ได้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของภาคเหนืออีก 2 ครั้งคือช่วงวันที่ 25-26
และ 30-31 สิงหาคม 2568 จากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นคาจิกิ และพายุโซนร้อนหนองฟ้า ต่อมาในเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2568 เรดาร์ตรวจพบกลุ่มฝนเกิดขึ้นต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งเดือนโดยกระจายตัวครอบคลุมทั้งพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งเกิดจากทั้งอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยเกือบตลอดทั้งเดือนรวมทั้งอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นตาปะฮ์ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา ไต้ฝุ่นบัวลอย และ
ไต้ฝุ่นแมตโม แต่ทั้งนี้ฝนที่เรดาร์ตรวจวัดได้มีปริมาณค่อนข้างน้อยกว่ามากหากเทียบกับพายุวิภา พายุคาจิกิ และพายุหนองฟ้า ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งสำหรับพื้นที่ตอนบนของประเทศไทยถือว่าเป็นช่วงหมดฤดูฝนแล้ว แต่กลับยังคงมีพายุเคลื่อนเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย 1 ลูก คือ พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี ที่ส่งผลทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง








































































