พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมวิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียม
ที่มา : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)

ปี 2568 ดาวเทียมได้เริ่มตรวจพบพื้นที่น้ำท่วมบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึงช่วงสิ้นปี โดยเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นเดือนที่มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมมากที่สุดถึง 781,921 ไร่ รองลงมาคือเดือนตุลาคม 480,912 ไร่ โดยทั้งสองเดือนนี้ดาวเทียมตรวจพบพื้นที่น้ำท่วมในทุกอำเภอ โดยเดือนแรกที่ตรวจพบพื้นที่น้ำท่วมคือเดือนสิงหาคมที่มีน้ำท่วมเกิดขึ้นบริเวณ อ.ผักไห่ อ.บางบาล และ อ.เสนา โดย อ.ผักไห่ มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมมากที่สุด 2,979 ไร่ ต่อมาในเดือนกันยายน พื้นที่น้ำท่วมได้ขยายวงกว้างครอบคลุม 14 อำเภอ เหลือเพียง อ.ภาชี และ อ.อุทัย เท่านั้น ที่ตรวจไม่พบพื้นที่น้ำท่วม โดยในเดือนนี้

อ.เสนา มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมมากที่สุด 79,063 ไร่ ต่อมาในเดือนตุลาคม ดาวเทียมตรวจพบพื้นที่น้ำท่วมในทุกอำเภอของจังหวัด โดย อ.เสนา ยังคงเป็นอำเภอที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุดถึง 88,673 ไร่ ซึ่งต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ยังคงตรวจพบพื้นที่น้ำท่วมในทุกอำเภอของจังหวัด โดย อ.เสนา ยังคงมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมมากที่สุดและเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมเป็น 110,756 ไร่ ต่อมาในเดือนธันวาคม อ.เสนา ก็ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด แต่ลดลงเหลือ 81,871 ไร่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล เป็นบริเวณที่ดาวเทียมตรวจพบพื้นที่น้ำท่วมยาวนานต่อเนื่องมาตั้งแต่ เดือนสิงหาคมไปจนถึงสิ้นปี

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนล่างของลุ่มน้ำเจ้าพระยา และต้องรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของประเทศเป็นประจำทุกปี ซึ่งในปี 2568 ก็เช่นเดียวกัน ที่บริเวณตอนบนของประเทศเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัด เช่น สุโขทัย น่าน แพร่ พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ลำปาง เชียงใหม่ อ่างทอง กำแพงเพชร ชัยนาท ตาก ลพบุรี สระบุรี เป็นต้น ซึ่งมวลน้ำท่วมของจังหวัดเหล่านี้ จะไหลลงมาสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเกือบทั้งสิ้น



พื้นที่ถูกน้ำท่วมบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในแต่ละเดือน





พื้นที่ถูกน้ำท่วมในแต่ละอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


เดือนสิงหาคม


เดือนกันยายน


เดือนตุลาคม


เดือนพฤศจิกายน


เดือนธันวาคม





พื้นที่ถูกน้ำท่วมบริเวณภาคเหนือและภาคกลางช่วงเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2568

















ข้อมูลเชิงวิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบสถานการณ์น้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่น้ำท่วมบริเวณจังหวัดชัยนาทลงไปจนถึงอ่าวไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปี 2554 (มหาอุทกภัย) และปี 2568 ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างชัดเจน ซึ่งพื้นที่น้ำท่วมขังในปี 2568 นั้น ยังน้อยกว่าปี 2554 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 86%




พื้นที่น้ำท่วมขังยาวนานกว่า 2 เดือน
ภาพถ่ายจากดาวเทียมระบบเรดาร์ Sentinel-1A และ Sentinel-1C แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะ "พื้นที่สีดำ" ที่น้ำท่วมขังยาวนานกว่าสองเดือน สะท้อนถึงวิกฤตที่ต้องการการจัดการอย่างเร่งด่วน
ข้อมูลจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียมของ GISTDA ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2568 ได้บ่งชี้รายละเอียดของพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างชัดเจน

สีดำ : วิกฤตน้ำท่วมเรื้อรังนานกว่า 2 เดือน แสดงพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2568จนถึงปัจจุบัน (มากกว่า 60 วัน) พื้นที่เหล่านี้ถือเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยเรื้อรัง ที่ในระยะสั้นควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆในการช่วยเหลือเยียวยา และวางแผนระยะยาวในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำอย่างยั่งยืน ในขณะที่
สีแดง : พื้นที่ท่วมขัง 1 เดือน แสดงพื้นที่ที่เริ่มมีน้ำท่วมขังตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป (มากกว่า 1 เดือน) ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ แม้บางส่วนจะเป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆ แต่ก็จัดว่าเป็นพื้นที่ประสบภัย ความช่วยเหลือทั้งในรูปแบบของการเยียวยา และเร่งรัดการระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วจะช่วยบรรเทาผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

ข้อมูลจากดาวเทียมบ่งบอกถึงความเสียหายในพื้นที่ที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ
1) คุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่สีดำและสีแดง อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้หลักของเกษตรกร
2) สิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภค ทั้งปัญหาน้ำเน่าเสียและเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบไฟฟ้า ประปา และระบบระบายน้ำที่เสียหาย ทำให้คุณภาพชีวิตพื้นฐานของประชาชนลดลง

GISTDA ย้ำว่า ข้อมูลเชิงประจักษ์เหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญโดยเฉพาะในเรื่องของการเยียวยาที่รวดเร็วและเป็นธรรม และการวางแนวทางการป้องกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว การตัดสินใจโดยอิงข้อมูลจากดาวเทียมและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด








น้ำท่วม อยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม กว่า 813,817 ไร่ กระจายหลายอำเภอ
จากข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมรายละเอียดสูง THEOS-1 ของวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเผยให้เห็นสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างชัดเจน รวมถึงพื้นที่บางส่วนในจังหวัดอ่างทอง สุพรรณบุรี และนครปฐม

ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นพื้นที่ประสบอุทกภัยรวมแล้วกว่า 405,067 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 12 อำเภอในจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อ.เสนา, อ.ผักไห่, อ.บางซ้าย, อ.บางไทร, อ.บางบาล, อ.ลาดบัวหลวง, อ.บางปะหัน, อ.บางปะอิน, อ.นครหลวง, อ.พระนครศรีอยุธยา, อ.อุทัย และ อ.วังน้อย

ส่วน จ.อ่างทอง พบน้ำท่วมขังในพื้นที่บางส่วนของ อ.ป่าโมก กว่า 2,932 ไร่ ในขณะที่ จ.สุพรรณบุรี พบน้ำท่วมขังกว่า 323,144 ไร่ ในพื้นที่บางส่วนของ อ.บางปล้าม้า อ.สองพี่น้อง และ อ.เมืองสุพรรณบุรี นอกจากนี้ ยังพบน้ำท่วมขังในพื้นที่บางส่วนของ อ.บางเลน จ.นครปฐม กว่า 82,674 ไร่

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนที่อยู่อาศัยตามแนวริมแม่น้ำสายหลักและสายรอง รวมถึงเส้นทางคมนาคมสำคัญบางส่วน

ภาพถ่ายจาก THEOS-1 ยังสามารถแยกแยะลักษณะของมวลน้ำที่ท่วมขังในแต่ละพื้นที่ได้ โดยสีน้ำตาลบ่งชี้ถึงมวลน้ำที่ปะปนมากับตะกอนดิน ซึ่งเป็นสัญญาณของ มวลน้ำที่เพิ่งไหลเข้ามาท่วมในพื้นที่ ล่าสุด ส่วนสีเข้มแสดงถึง มวลน้ำที่ท่วมขังอยู่เป็นเวลานาน แล้ว นอกจากนี้ ข้อมูลจากดาวเทียมยังช่วย ยืนยันและสร้างความเข้าใจ ถึงขอบเขตความเสียหายที่แท้จริงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทองสุพรรณบุรีและนครปฐม ว่าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ใกล้เคียงกับแม่น้ำเท่านั้น แต่มีการ กระจายไปยังเขตชุมชนหลายๆ แห่ง ในหลายพื้นที่ด้วย




ทุ่งรับน้ำลุ่มเจ้าพระยารับน้ำแล้วกว่า 3.8 แสนไร่ ยังรองรับได้อีกกว่า 8 แสนไร่
ประเทศไทยเป็นประเทศที่เผชิญกับปัญหาอุทกภัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำสำคัญของประเทศ การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เหล่านี้มีความสำคัญยิ่งต่อการลดผลกระทบต่อประชาชน พื้นที่การเกษตร ตลอดจนเศรษฐกิจของประเทศ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดาวเทียมจึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญในการติดตาม เฝ้าระวัง และวางแผนการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพถ่ายจากดาวเทียม THEOS-1 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 แสดงให้เห็นพื้นที่ทุ่งรับน้ำ 6 แห่งที่มีน้ำท่วมขังรวมกันกว่า 386,005 ไร่ ได้แก่ ทุ่งโพธิ์พระยา ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งป่าโมก ทุ่งบางบาล และทุ่งบ้านแพน เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพในการรองรับน้ำ พบว่าทุ่งรับน้ำ 6 แห่งนี้ สามารถรองรับได้สูงสุดถึง 1,231,405 ไร่ ซึ่งหมายความว่ายังมีช่องว่างในการบริหารจัดการเพื่อกระจายน้ำลงสู่พื้นที่รับน้ำได้อย่างมีระบบอีกว่า 845,400 ไร่ ซึ่งถ้ามีการตรวจสอบในรายละเอียดจะเห็นได้ว่า
-ทุ่งโพธิ์พระยา มีน้ำท่วมขัง 116,221 ไร่ จากศักยภาพรับน้ำ 249,989 ไร่
-ทุ่งผักไห่ ท่วม 113,419 ไร่ จากศักยภาพ 155,863 ไร่
-ทุ่งเจ้าเจ็ด ท่วม 109,968 ไร่ จากศักยภาพ 444,508 ไร่
-ทุ่งป่าโมก ท่วม 22,312 ไร่ จากศักยภาพ 47,737 ไร่
-ทุ่งบางบาล และทุ่งบ้านแพน ท่วมรวม 24,085 ไร่ จากศักยภาพ 33,308 ไร่

ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ทุ่งรับน้ำยังคงมีความสามารถในการช่วยรองรับและบรรเทาความรุนแรงของน้ำท่วม หากมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม โดยเฉพาะการควบคุมการระบายน้ำและการใช้พื้นที่รับน้ำให้เต็มศักยภาพ โดยเทคโนโลยีจากอวกาศสามารถช่วยสนับสนุนหน่วยงานด้านน้ำและภัยพิบัติ รวมถึงติดตามสถานการณ์น้ำได้แบบใกล้เคียงเวลาจริง (near real-time) โดยสามารถระบุพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง ความกว้างขวางของพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงประเมินปริมาณน้ำที่กระจายอยู่ในทุ่งรับน้ำแต่ละแห่งได้ นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนการคาดการณ์การไหลของน้ำและการเตรียมรับมือในพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้าได้



อยุธยา นครสวรรค์ พิจิตร รวมแล้วกว่า 296,300 ไร่
ภาพถ่ายจากดาวเทียม THEOS-2 วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เผยให้เห็นน้ำท่วมขังในพื้นที่บางส่วนของ 3 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อยุธยา นครสวรรค์ และพิจิตร รวมแล้วกว่า 296,300 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตร ชุมชน และเส้นทางคมนาคมบางส่วน

จากภาพแสดงใเห็นสีน้ำท่วมขังที่แตกต่างกันไป บริเวณสีดำแสดงว่าน้ำท่วมขังเริ่มเน่าเสีย ในขณะที่บริเวณสีน้ำตาลโทนสว่างจะเป็นน้ำที่ปะปนมากับตะกอน และเป็นโซนที่มีลักษณะน้ำท่วมแบบน้ำไหล ซึ่งส่วนมากเป็นพื้นที่ใกล้ลำน้ำ



พื้นที่น้ำท่วมจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา (ข้อมูลวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568)
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา แสดงให้เห็นภาพรวมสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะที่น้ำจากพื้นที่ตอนบนของประเทศยังคงไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรองรับมวลน้ำที่กำลังจะมาสมทบ

จากข้อมูลบนแผนที่จะเห็นได้ว่า…

สีฟ้า คือ เป็นพื้นที่น้ำท่วมในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อยู่ในทุ่งรับน้ำท่าวุ้ง , ทุ่งรับน้ำบางกุ้ง , ทุ่งรับน้ำป่าโมก , ทุ่งรับน้ำบางบาล-บ้านแพน , ทุ่งรับน้ำผักไห่ , ทุ่งรับน้ำเจ้าเจ็ด และ ทุ่งรับน้ำโพธิ์พระยา รวมปริมาณน้ำในทุ่งกว่า 490,000 ไร่ และยังท่วมพื้นที่เกษตร ชุมชนที่อยู่อาศัย เส้นทางคมนาคม อีกด้วย
สีส้ม คือ พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ หากระบายน้ำ 2,700 ลบ.ม./วินาที อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มอีกประมาณ 70,000-80,000 ไร่ ตามภาพ
สีแดง คือ พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเพิ่มเติม หากระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,800 ลบ.ม./วินาที จะทำให้เกิดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มอีกประมาณ 350,000 ไร่

พื้นที่ลุ่มต่ำในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และปทุมธานี เป็นจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากระดับน้ำอาจเพิ่มสูงและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและชุมชนริมแม่น้ำ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ต้องเผชิญทั้งน้ำเหนือและน้ำฝนในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกัน การเตรียมการล่วงหน้าและการแจ้งเตือนอย่างทันท่วงทีคือหัวใจสำคัญในการลดความเสียหาย หน่วยงานท้องถิ่น ภาครัฐ และประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่สีส้มและสีแดง เตรียมพร้อมขนย้ายของขึ้นที่สูง





รายงานพื้นที่ถูกน้ำท่วมจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 18.30 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ ตาก พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง พื้นที่รวมประมาณ 797,828 ไร่ หรือ 1,276.52 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 6 กันยายน 2568 เวลา 06.07 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ พระนครศรีอยุธยา เชียงราย และอ่างทอง พื้นที่รวมประมาณ 852,834 ไร่ หรือ 1,364.53 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 8 กันยายน 2568 เวลา 18.24 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ พระนครศรีอยุธยา อุตรดิตถ์ อ่างทอง ลพบุรี เชียงราย ตาก สระบุรี พะเยา และสิงห์บุรี พื้นที่รวมประมาณ 1,296,665 ไร่ หรือ 2,074.66 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


การติดตามพื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่11กันยายน 2568 เวลา 06.15 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก เชียงราย นครสวรรค์ ตาก กำแพงเพชร อุทัยธานี อุตรดิตถ์ และพะเยา พื้นที่รวมประมาณ 328,720 ไร่ หรือ 525.95 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1C บันทึกภาพวันที่ 12 กันยายน 2568 เวลา 06.06 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ ลพบุรี ชัยนาท สระบุรี อุตรดิตถ์ สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และอุทัยธานีพื้นที่รวมประมาณ 1,243,749 ไร่ หรือ 1,990 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่13กันยายน 2568 เวลา 18.29 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ ลพบุรี ชัยนาท สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง อุตรดิตถ์ สุพรรณบุรี และอุทัยธานีพื้นที่รวมประมาณ 1,082,546 ไร่ หรือ 1,732.07 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 18.23 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ ลพบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง อุทัยธานี อุตรดิตถ์ และกำแพงเพชร พื้นที่รวมประมาณ 988,499 ไร่ หรือ 1,581.59 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 06.08 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก สุโขทัย พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี เพชรบูรณ์ ลพบุรี ชัยนาท อ่างทอง อุตรดิตถ์ สระบุรี สิงห์บุรี และอุทัยธานี พื้นที่รวมประมาณ 1,593,035 ไร่ หรือ 2,548.86 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 21 กันยายน 2568 เวลา 06.04 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ สุโขทัย พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก สุพรรณบุรี เพชรบูรณ์ ลพบุรี ชัยนาท อ่างทอง สระบุรี สิงห์บุรี อุตรดิตถ์ และอุทัยธานีพื้นที่รวมประมาณ 1,678,537 ไร่ หรือ 2,685.66 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1C บันทึกภาพวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 06.07 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก สุโขทัย สุพรรณบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ อ่างทอง ชัยนาท สระบุรี สิงห์บุรี อุตรดิตถ์ นครปฐมและอุทัยธานี พื้นที่รวมประมาณ 1,749,613 ไร่ หรือ 2,799.38 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 18.29 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย พิษณุโลก สุพรรณบุรี เพชรบูรณ์ ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท สระบุรี สิงห์บุรี อุตรดิตถ์ อุทัยธานีและนครปฐม พื้นที่รวมประมาณ 1,686,814 ไร่ หรือ 2,698.90 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 06.09 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก สุโขทัย สุพรรณบุรี เพชรบูรณ์ ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท อุตรดิตถ์ สระบุรี สิงห์บุรี อุทัยธานี นครปฐม และนครราชสีมา พื้นที่รวม ประมาณ 2,465,430 ไร่ หรือ 3,944.69 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 06.17 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์และตาก พื้นที่รวมประมาณ 323,692 ไร่ หรือ 517.91 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1C บันทึกภาพวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 06.07 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี อุตรดิตถ์ สิงห์บุรี อุทัยธานี นครปฐม ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา พื้นที่รวมประมาณ 2,319,848 ไร่ หรือ 3,711.76 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 18.29 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก สุโขทัย สุพรรณบุรี เพชรบูรณ์ ลพบุรี ชัยนาท ปราจีนบุรี อ่างทอง สระบุรี อุตรดิตถ์ สิงห์บุรี อุทัยธานี ฉะเชิงเทรา นครปฐม และ ระยอง พื้นที่รวมประมาณ 1,918,935 ไร่ หรือ 3,070.30 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 18.24 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก สุพรรณบุรี สุโขทัย เพชรบูรณ์ ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท ปราจีนบุรี สระบุรี สิงห์บุรีอุตรดิตถ์ อุทัยธานี ฉะเชิงเทรา และนครปฐม พื้นที่ รวมประมาณ 2,144,234 ไร่ หรือ 3,430.77 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 06.09 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพิจิตร พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ สุพรรณบุรี พิษณุโลก สุโขทัย ลพบุรี อ่างทอง เพชรบูรณ์ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี สิงห์บุรี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี นครปฐม และฉะเชิงเทรา พื้นที่ รวมประมาณ 2,184,132 ไร่ หรือ 3,494.61 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 06.04 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดนครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา พิจิตร สุพรรณบุรี พิษณุโลก สุโขทัย ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท สระบุรี เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี สิงห์บุรี อุทัยธานี อุตรดิตถ์ นครปฐม และฉะเชิงเทรา พื้นที่ รวมประมาณ 1,927,454 ไร่ หรือ 3,083.93 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 06.16 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก และอุตรดิตถ์พื้นที่รวม ประมาณ 254,155 ไร่ หรือ 406.65 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เวลา 18.30 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ พิจิตร สุพรรณบุรี พิษณุโลก สุโขทัย ลพบุรี เพชรบูรณ์ อ่างทอง สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อุทัยธานี และอุตรดิตถ์พื้นที่รวมประมาณ 1,983,502 ไร่ หรือ 3,173.60 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 06.08 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ พิจิตร สุพรรณบุรี พิษณุโลก สุโขทัย ลพบุรี อ่างทอง สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อุทัยธานี เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ พื้นที่รวมประมาณ 1,948,730 ไร่ หรือ 3,117.96 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 06.16 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก ตาก และกำแพงเพชร พื้นที่รวมประมาณ 238,519 ไร่ หรือ 381.63 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 18.30 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ พิจิตร สุพรรณบุรี สุโขทัย พิษณุโลก ลพบุรี อ่างทอง เพชรบูรณ์ สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อุทัยธานี อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และตาก พื้นที่รวมประมาณ 2,213,816 ไร่ หรือ 3,542.11 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.09 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง และสระบุรี พื้นที่รวม ประมาณ 771,430 ไร่ หรือ 1,234.29 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.12 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ สุพรรณบุรี พิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก ลพบุรี ชัยนาท นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สระบุรี เพชรบูรณ์ อุทัยธานี อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ตาก นนทบุรี และปทุมธานีพื้นที่รวมประมาณ 2,726,383 ไร่ หรือ 4,362.2 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.12 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร สุโขทัย ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อุทัยธานี กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และตาก พื้นที่รวมประมาณ 1,601,022 ไร่ หรือ 2,561.64 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.29 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ สุพรรณบุรี พิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก ลพบุรี ชัยนาท นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สระบุรี เพชรบูรณ์ อุทัยธานี นนทบุรี อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ตาก และ ปทุมธานีพื้นที่รวมประมาณ 2,916,172 ไร่ หรือ 4,665.88 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.16 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลกและตาก พื้นที่รวมประมาณ 284,476 ไร่ หรือ 455.16 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1C บันทึกภาพวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568เวลา 06.08 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ลพบุรี นครปฐม ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี นครราชสีมา อุทัยธานี กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ นนทบุรี เพชรบูรณ์ และ ปทุมธานีพื้นที่รวมประมาณ 2,187,269 ไร่ หรือ 3,499.63 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [ click ]