ประตูระบายน้ำ/เขื่อนทดน้ำ
ที่มา : คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ

เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เริ่มระบายน้ำมากกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เริ่มตั้งแต่ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นอัตราการระบายที่ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ ซึ่งจากตารางเกณฑ์การระบายน้ำของกรมชลประทาน เมื่อระบายน้ำตั้งแต่ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นไปจะทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งบริเวณคลองโผงเผง คลองบางบาลและชุมชนแม่น้ำน้อยบริเวณ ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ต่อมาในช่วงวันที่ 13 กันยายน 2568 มีการระบายน้ำมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นมากกว่า 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงวันที่ 18-25 กันยายน 2568 และช่วงวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม 2568 แล้วเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงวันที่ 3-8 ตุลาคม 2568 และ 17-27 ตุลาคม 2568

ซึ่งถึงแม้จะเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนแล้ว แต่เขื่อนเจ้าพระยากลับยังคงระบายน้ำเพิ่มขึ้น

ค่อนข้างมาก และมีการระบายมากกว่าศักยภาพการระบายสูงสุดของประตูระบายน้ำในช่วงวันที่ 9-17 พฤศจิกายน 2568 โดยมีอัตราการระบายสูงสุดที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 อีกทั้งตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน ถึงสิ้นปี ปริมาณน้ำที่ระบายออกไปในแต่ละวันเป็นปริมาณน้ำระบายมากกว่าปี 2538 2549 และ 2554 อยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งถือเป็นการระบายน้ำที่ค่อนข้างผิดปกติกว่าที่เคยเป็น



เกณฑ์การระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา โดย กรมชลประทาน





เขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา

ปี 2568 เขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำระบายผ่านแม่น้ำป่าสักในแต่ละวันค่อนข้างน้อยหากเทียบกับปี 2538 2549 และ 2554 ซึ่งเป็นปีที่เกิดอุทกภัยรุนแรง โดยมีปริมาณน้ำระบายสูงสุดรายวันเพียง 594 ลูกบาศก์

เมตรต่อวินาทีเท่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 4 ตุลาคม 2568 แต่กลับมีการระบายน้ำมากผิดปกติ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 และเป็นปริมาณน้ำที่ระบายมากกว่าปี 25389 2549 2554 อยู่ค่อนข้างมาก หากเทียบกับข้อมูลในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้

ในปี 2568 เขื่อนพระรามหกมีการยกธงแดงในช่วงวันที่ 25 กันยายน ถึง 6 ตุลาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 12 วัน เพื่อเป็นการแจ้งสถานการณ์น้ำในระดับวิกฤตให้แก่ประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำได้เตรียมพร้อมรับมือ

เกณฑ์การยกธงที่เขื่อนพระรามหกขึ้นอยู่กับอัตราการระบายน้ำ ดังนี้:
ธงแดง (ระดับวิกฤต): เมื่ออัตราการระบายน้ำเกิน 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ธงเหลือง (ระดับเฝ้าระวัง): เมื่ออัตราการระบายน้ำ เกิน 400 แต่ไม่เกิน 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ธงเขียว (ระดับปกติ): เมื่ออัตราการระบายน้ำต่ำกว่า 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
การยกธงเป็นการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำได้เตรียมพร้อมรับมือ โดยจะมีการบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบ เช่น การระบายน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์



ปตร.พลเทพ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ปตร.พลเทพ ที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เป็นประตูระบายน้ำที่ช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลมาจากนครสวรรค์โดยการผันน้ำเข้าสู่แม่น้ำท่าจีนที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งในปี 2568 ได้มีการเพิ่มอัตราการระบายเป็นระยะ ๆ ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนจนถึงช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่มีการระบายมาก

ที่สุดในช่วงวันที่ 11-18 พฤศจิกายน 2568 ที่อัตราการระบาย 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที









ปตร.บรมธาตุ อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท

ปตร.บรมธาตุ อ.เมืองชัยนาท อ.ชัยนาท เป็นประตูระบายน้ำที่ใช้ผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่แม่น้ำน้อยซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เนื่องจาก

เกิดอุทกรุนแรงบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประตูน้ำแห่งนี้จึงไม่ได้มีการเพิ่มการระบายมากนัก โดยมีการระบายมากขึ้นในช่วงวันที่ 6-18 พฤศจิกายน

2568 ด้วยอัตราการระบายสูงสุด 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที








ปตร.มะขามเฒ่า-อู่ทอง อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท

ปตร.มะขามเฒ่า-อู่ทอง อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เป็นประตูระบายน้ำที่ใช้ผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่คลองมะขามเฒ่าซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีปลายน้ำอยู่ที่บริเวณ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

ในปี 2568 มีการระบายน้ำในปริมาณค่อนข้างมากตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงสิ้นปี โดยมีอัตราการระบายสูงสุดใกล้เคียงกับปี 2549 คืออยู่ที่ประมาณ 35 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นการระบายเต็ม

ศักยภาพของประตูระบายน้ำ และอัตราการระบายในครั้งนี้เป็นรองเพียงแค่ปี 2554 เท่านั้น






ปตร.มโนรมย์ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท

ปตร.มโนรมย์ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เป็นประตูระบายน้ำที่ใช้ผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในปี 2568 มีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นมากในช่วงเดือน ตุลาคมไปจนถึงสิ้นปีเช่นเดียวกันกับ

ประตูระบายน้ำอื่น ๆ และเป็นการระบายน้ำในอัตราที่สูงมากกว่าปี 2538 2549 2554 หากเทียบช้อมูลในช่วงเวลาเดียวกัน และมีการระบายเกินศักยภาพของประตูระบายน้ำเกินขึ้นต่อเนื่องหลายวันในช่วงวันที่ 7-22 พฤศจิกายน 2568 ด้วยอัตราการระบาย

สูงสุดประมาณ 238-241 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยปริมาณน้ำจะไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำป่าสักที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณเหนือเขื่อนพระรามหก






ปตร.มหาราช อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา

ปตร.มหาราช อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประตูระบายน้ำที่ใช้ผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่แม่น้ำลพบุรีไปทางด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำ

เจ้าพระยา ปี 2568 มีการระบายน้ำในอัตราที่สูงกว่าทุกปีและเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนไปจนถึงสิ้นปี ทั้งนี้มวลน้ำที่ระบายออกไป จะไหลวนกลับเข้ามาบรรจบกับ

แม่น้ำป่าสักที่บริเวณเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา