แผนที่แสดงความกดอากาศที่ระดับความสูง 1.5 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล แสดงให้เห็นว่าบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเริ่มมีค่าความกดอากาศต่ำในช่วง 842-844 hPa ปกคลุมอย่างเห็นได้ชัดในช่วงวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2568 ต่อมาเมื่อพายุไต้ฝุ่นวิภาได้เคลื่อนเข้ามาใกล้ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ทำให้ค่าความกดอากาศในช่วง 840-842 hPa เริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ต่อมาในวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ค่าความกดอากาศช่วง 838-840 hPa ได้เข้าปกคลุมตอนบนของภาคเหนือเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่สลายตัวจากพายุได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณดังกล่าว ต่อมาในช่วงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ไปจนถึงสิ้นเดือนบริเวณภาคเหนือถูกปกคลุมด้วยค่าความกดอากาศอยู่ในช่วง 844-848 hPa เท่านั้น
สำหรับในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” และพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” แผนที่แสดงความกดอากาศที่ระดับความสูง 1.5 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล แสดงให้เห็นว่าในช่วงวันที่ 24-25 สิงหาคม 2568 พายุได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่น ค่าความกดอากาศอยู่ในช่วง 842-846 hPa แต่แผ่ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง
และบริเวณขอบตาพายุ (พื้นที่วงกลมสีน้ำเงิน) มีค่าความกดอากาศอยู่ที่ 854-856 hPa หลังจากนั้นพายุได้สลายตัวเป็นพายุดีเปรสชันและความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนาม ลาว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือของไทยในช่วงวันที่ 26-27 สิงหาคม 2568 โดยในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 มีเพียงพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทยเท่านั้น ที่มีค่าความกดอากาศอยู่ที่ช่วง 844-846 hPa ต่อมาในวันที่ 28 สิงหาคม 2568 พายุดีเปรสชันหนองฟ้าได้ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนาม ค่าความกดอากาศอยู่ที่ประมาณ 844-846 hPa หลังจากนั้นค่าความกดอากาศได้ปรับไปอยู่ในช่วง 842-846 hPa ในระหว่างที่เคลื่อนตัวจากทะเลจีนใต้ผ่านอ่าวตังเกี๋ยเข้าสู่ประเทศเวียดนามและลาว ในช่วงวันที่ 29-30 สิงหาคม 2568 แล้วเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของไทยในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ค่าความกดอากาศยังคงอยู่ในช่วง 842-846 hPa และเกือบทุกพื้นที่ของประเทศค่าความกดอากาศปรับเป็นช่วง 846-848 hPa ในวันต่อมา
สำหรับเดือนกันยายนไปจนถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) ที่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยใน
ช่วงต้นเดือน ทำให้ค่าความกดอากาศต่ำสุดบริเวณประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 846-848 hPa ต่อมาในช่วงปลายเดือน อิทธิพลจากไต้ฝุ่น “รากาซา” (RAGASA) ที่เคลื่อนเข้ามาสลายตัวบริเวณประเทศเวียดนาม ส่งผลให้ค่าความกดอากาศต่ำสุดบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยลดลงต่ำสุดที่ประมาณ 844-846 hPa ในช่วงวันที่ 24-25 กันยายน 2568 อีกทั้งพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” (BUALOI) ที่เคลื่อนเข้ามาสลายตัวบริเวณประเทศลาวทำให้ค่าความกดอากาศต่ำบริเวณตอนบนของประเทศไทยทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลดลงต่ำสุดประมาณ 844-846 hPa ในวันที่ 29 กันยายน 2568
เข้าสู่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 อิทธิพลจากไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) ที่เคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยบริเวณอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ขณะมีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชัน แล้วอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทย พายุลูกนี้ทำให้ค่าความกดอากาศต่ำสุดบริเวณประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 848-850 hPa








































































