พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมวิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียม
ที่มา : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)

จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งภาคใต้ได้เกิดน้ำท่วมค่อนข้างหนักในช่วงกลางเดือนจนถึงปลายเดือน ซึ่งดาวเทียมได้ตรวจพบพื้นที่ถูกน้ำท่วมถึง 825,365 ไร่ ใน 9 จังหวัด

ได้แก่ สงขลา สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สตูล ตรัง รวม 91 อำเภอ 527 ตำบล พื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่เกิดขึ้นทางด้านตะวันออกของภาค โดยจังหวัดสงขลามีพื้นที่

น้ำท่วมากที่สุดถึง 331,821 ไร่ รองลงมาคือจังหวัดปัตตานี 139,099 ไร่ และนครศรีธรรมราช 132,629 ไร่





บทวิเคราะห์มหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา 2568 ภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วและข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง

อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์น้ำท่วมตามฤดูกาล แต่เป็นวิกฤตที่สะท้อนถึงความซับซ้อนของปัญหาจาก ปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้วและความเปราะบางเชิงโครงสร้างของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา โดยมีข้อมูลสำคัญจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยืนยันว่า ระดับน้ำครั้งนี้ สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดเมื่อปี พ.ศ. 2553 และบางแหล่งข้อมูลระบุว่า ปริมาณฝนสะสมสูงถึง 630 มิลลิเมตร ใน 3 วัน (19–21 พ.ย.) ซึ่งมากกว่าปริมาณสูงสุดของปี 2553 (428 มม.) และจัดเป็นปรากฏการณ์ฝนตกหนักในรอบหลายสิบปี

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้ปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง ทำให้หลายพื้นที่เผชิญกับฝนตกหนัก อย่างต่อเนื่องหลายวัน สำหรับพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ข้อมูลจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติระบุว่า ปริมาณฝนครั้งนี้ สูงที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้มีน้ำหลากเข้าท่วมชุมชนมากกว่า 100 แห่ง บางพื้นที่มีระดับน้ำสูงถึง 3 เมตร บ้านเรือน ถนน และ โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายจนการสัญจรแทบเป็นไปไม่ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา

พื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นหนึ่งในลุ่มน้ำสำคัญของจังหวัดสงขลา ลุ่มน้ำแห่งนี้มีต้นน้ำอยู่บริเวณอำเภอสะเดา ไหลผ่านพื้นที่ เมืองหาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่แหลมโพธิ์ ตำบลคูเต่า โดยรับน้ำจากคลองสาขาหลายสาย เช่น คลองสะเดา คลองหล้าปัง คลองตง และคลองประตู

ลักษณะภูมิประเทศตอนบนของลุ่มน้ำเป็นภูเขา โดยเฉพาะเทือกเขาน้ำค้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาสันกาลาคีรี ส่วนตอนกลางและตอนล่าง เป็นพื้นที่ราบลุ่มกว้าง ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานหนาแน่นอย่างเมืองหาดใหญ่ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นจุดรับน้ำหลักของลุ่มน้ำทั้งหมด

ลักษณะภูมิประเทศเองเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้น พื้นที่ตอนเหนือของลุ่มน้ำเป็นภูเขาและพื้นที่ลาดเอียง เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจะไหลลงสู่พื้นที่ราบอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีพื้นที่หน่วงหรือกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ขณะเดียวกัน พื้นที่ราบตอนกลาง และตอนล่างซึ่งเป็นเขตเมืองมีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น ทำให้การซึมลงดินลดลงอย่างมาก น้ำจำนวนมหาศาลจึงไหลสะสมลงในพื้นที่ล่าง จนเกิดสภาวะที่เปรียบได้ว่า “น้ำลงมาเร็ว แต่ระบายออกช้า” อันเป็นสาเหตุสำคัญของน้ำท่วมขยายวงกว้างในเขตเมืองหาดใหญ่

นอกจากปริมาณฝนที่มากกว่าปกติแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ยังมีลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งคือ “ฝนตกแช่” (Stagnant Rainfall) หรือฝนที่ตกต่อเนื่องยาวนานโดยไม่มีช่วงให้ระดับน้ำได้ลดลงเลย ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายนจนถึงหลายวันถัดมา ฝนยังคงตกด้วยความแรง สลับเบา แต่ไม่หยุดสนิท ทำให้ดินอุ้มน้ำจนเต็ม ความสามารถในการดูดซึมน้ำลดลงจนเหลือศูนย์ น้ำผิวดินจึงไหลบ่าลงคลองอู่ตะเภา อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาแบบไม่หยุดพักนี้ ทำให้ระบบลำน้ำและระบบระบายภายในเขตเมืองไม่สามารถรับมือได้ทัน เกิดการหนุนทับชั้นแล้วชั้นเล่า จนน้ำท่วมทวีความรุนแรงขึ้นในเวลาอันสั้น

เมื่อรวมเข้ากับปริมาณฝนที่ตกหนักกว่าปกติและตกต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่คลองอู่ตะเภามากเกินความสามารถของทั้งดิน ระบบลำน้ำ และระบบระบายน้ำในเขตเมืองในการรองรับ พื้นที่ราบตอนล่างซึ่งเป็นโซนรับน้ำสุดท้ายของลุ่มน้ำถูกน้ำท่วมซ้ำซากอีกครั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นผลลัพธ์ของทั้งสภาพอากาศสุดขั้วและข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมโดยโครงสร้าง

ความรุนแรงของอุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดสงขลา ทั้งความเสียหายต่อเมือง ที่อยู่อาศัยประชาชน ระบบสาธารณูปโภคล่ม ระบบการขนส่ง เป็นต้น จนจังหวัดสงขลาได้ประกาศเขตภัยพิบัติทั้ง 16 อำเภอ และต้องเร่งอพยพประชาชนจำนวนมากคนออกจากพื้นที่เสี่ยง

เหตุการณ์น้ำท่วมลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความเปราะบางของพื้นที่ต่อสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา และเมืองหาดใหญ่ รวมถึงลุ่มน้ำอื่นๆที่มีลักษณะปัจจัยใกล้เคียง สามารถรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต




ภาพถ่ายจากดาวเทียม THEOS-2 บันทึกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 10.20 น. แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ใจกลางเมืองหาดใหญ่หลังน้ำลดอย่างชัดเจน จากภาพจะเห็นว่า ระดับน้ำได้ลดลงเกือบทั้งหมด ทั้งในเขตชุมชนและพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นถนนหลักและย่านที่พักอาศัย สิ่งที่ปรากฏเด่นชัดคือ สีน้ำตาลอ่อนหรือสีโคลน ปกคลุมไปทั่วพื้นผิวที่เคยเป็นถนนและลานกว้าง รวมถึงบริเวณระหว่างอาคารหลายแห่ง ซึ่งเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึง ปริมาณน้ำและตะกอนจำนวนมหาศาลที่พัดพาเข้ามาในเขตเมือง ก่อนจะลดระดับลงและทิ้งซากความเสียหายไว้ รวมไปถึงสถานีขนส่งและสถานี รถไฟที่ยังคงมีร่องรอยของดินโคลนอย่างชัดเจน



ภาพถ่ายจากดาวเทียมความละเอียดสูง Pléiades (เปลยาด) บันทึกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 10.53 น. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่น้ำท่วมขังบางส่วนของอำเภอหาดใหญ่ อำเภอควนเนียง และอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เริ่มมีแนวโน้มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง โดยปรากฏให้เห็นพื้นที่แห้งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงหลายวันที่ผ่านมา

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของหน่วยงานท้องถิ่นและภาครัฐที่ยังคงเร่งสูบน้ำ–ระบายน้ำออกจากชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น คลองเรียน คลองหอยโข่ง บ้านหน้าควน และเขตเศรษฐกิจของ อำเภอหาดใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่องในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและท่วมฉับพลันในบางจุด ขณะที่ถนนสายหลักหลายสายเริ่มกลับมาใช้การได้แล้ว แต่ยังมีบางซอยและบางหมู่บ้านที่ต้อง ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำในอำเภอหาดใหญ่ ควนเนียง และบางกล่ำ แม้เริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย แต่หน่วยงานยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศยังแปรปรวน และมีความเสี่ยงฝนตกช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งอาจส่งผลต่อระดับน้ำในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา—เส้นเลือดหลักของเมืองหาดใหญ่





แผนที่และรายงานสรุปพื้นที่ถูกน้ำท่วมจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม

พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.28 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานีพื้นที่รวมประมาณ 3,371 ไร่ หรือ 5.40 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.38 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล และสุราษฎร์ธานี พื้นที่รวมประมาณ 228,060 ไร่ หรือ 364.89 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.02 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลา ปัตตานี พัทลุง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ยะลา และสตูล รวมพื้นที่ประมาณ 334,895ไร่ หรือ 535.83 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.26 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสงขลา พื้นที่รวมประมาณ 239,503 ไร่ หรือ 838.20 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Shenqi-02 บันทึกภาพวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.46 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลาและพัทลุง พื้นที่รวมประมาณ 98,332 ไร่ หรือ 157.33 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.10 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล ตรัง และสุราษฎร์ธานี พื้นที่รวมประมาณ 346,857 ไร่ หรือ 554.97 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม TerraSAR-X บันทึกภาพวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.31 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลา พื้นที่รวมประมาณ 10,005 ไร่ หรือ 16.01 ตร.กม

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.36 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานีตรัง ปัตตานี สตูล และยะลา 230,282ไร่ หรือ 368.45 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1C บันทึกภาพวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.02 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดจังหวัดสงขลา ปัตตานี นครศรีธรรมราช พัทลุง นราธิวาส และ ยะลา พื้นที่รวมประมาณ 185,591 ไร่ หรือ 296.95 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Alos-2 บันทึกภาพวันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 12.03 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดนราธิวาส พื้นที่รวมประมาณ 66,445 ไร่ หรือ 106.31 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพ วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 06.06 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี สุราษฎร์ธานี ยะลา ตรัง และสตูล พื้นที่รวมประมาณ 206,240 ไร่ หรือ 329.98 ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1C บันทึกภาพวันที่ 5 ธันวาคม 2568 เวลา 18.13 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และพัทลุง 63,917 ไร่ หรือ 102.26 ตร. กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 06.02 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และพัทลุง 92,122ไร่ หรือ147.4ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 06.11 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานีและสงขลา 15,519 ไร่ หรือ 24.8ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 18.11 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง และสุราษฎร์ธานี 72,288 ไร่ หรือ 115.66ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 06.14 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2,104 ไร่ หรือ 3.3ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]


พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Radaesat-2 บันทึกภาพวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 18.25 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสุราษฎร์ธานี 88,136 ไร่ หรือ 141.01ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]
พื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A บันทึกภาพวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 06.03 น. พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และพัทลุง 30,724ไร่ หรือ 49.15ตร.กม.

รายละเอียดเพิ่มเติม [click ]