ปี 2568 มีน้ำไหลลงเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่งทั่วประเทศ 56,695 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีการระบายออกไป 46,039 ล้านลูกบาศก์เมตร หากเปรียบปริมาณน้ำไหลเข้า
มากกว่าน้ำระบายคือการได้กำไรและปริมาณน้ำระบายมากกว่าน้ำไหลเข้าคือการขาดทุนเท่ากับว่า ปี 2568 ได้กำไร 19% หรือกักเก็บน้ำไว้ได้เพิ่มจากปี 2567
ประมาณ 10,658 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้กำไรในทุกภาค ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้กำไรมากที่สุด 27% รองลงมาคือภาคกลาง 21%

จากสถิติย้อนหลังในรอบ 10 ปี (2559-2567) แสดงให้เห็นว่าปีที่มีน้ำไหลลงเขื่อนรวมทั้งปีมากกว่าน้ำระบายรวมทั้งปี มีทั้งหมด 9 ปี ได้แก่ ปี 2559 2560 2561 2563 2564 2565 2566 2567 และปี 2568 ส่วนปีที่มีน้ำไหลลงเขื่อนรวมทั้งปีน้อยกว่าน้ำระบายรวมทั้งปี มีปี 2562 เพียงปีเดียว ซึ่งเป็นช่วงปีที่ประเทศไทยประสบ
ปัญหาภัยแล้งค่อนข้างรุนแรง นอกจากนี้ หากแจกแจงเป็นรายภาค พบว่าเขื่อนในภาคเหนือมีน้ำไหลเข้ามากกว่าน้ำระบายอยู่ 7 ปี คือ ปี 2559 2560 2563 2564 2565 2567 และ 2568 ส่วนปีที่เหลือมีน้ำไหลลงเขื่อนรวมทั้งปีน้อยกว่าน้ำระบายรวมทั้งปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำไหลลงเขื่อนน้อยกว่าน้ำระบายในปี2561 เพียงปี
เดียว ภาคกลางมีเพียงปี 2562 2563 และ 2565 ที่มีน้ำไหลลงเขื่อนน้อยกว่าน้ำระบาย สำหรับภาคตะวันออกมีปี 2562 และ 2566 ที่น้ำไหลลงเขื่อนน้อยกว่าน้ำระบาย ส่วนภาคใต้มีน้ำไหลลงเขื่อนน้อยกว่าน้ำระบาย 3 ปี ได้แก่ ปี 2562 2565 และ 2567






ทั้งนี้ในปี 2568 มีเขื่อนที่ระบายน้ำทั้งปีมากกว่าน้ำไหลเข้าทั้งปี อยู่ 4 เขื่อนจากทั้งหมด 35 เขื่อน ประกอบด้วย เขื่อน
คลองสียัด เขื่อนบางพระ เขื่อนหนองปลาไหล และเขื่อนบางลาง ส่วนเขื่อนที่เหลืออีก 31 เขื่อนมีน้ำไหลเข้าสะสมทั้งปีมากกว่าน้ำ
ที่ระบายทั้งปี หรือเป็นเขื่อนที่กักเก็บน้ำไว้ได้เพิ่มขึ้นจากปี 2567 นั่นเอง

