จากเหตุการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน 2568 ส่งผลทำให้เขื่อนขนาดใหญ่มีน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มมากขึ้น โดยช่วงวันที่ 26 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2568 เขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือมีน้ำไหลลงเขื่อนรวมกัน 1,488 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำไหลลงเขื่อนรวมกัน 577 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เขื่อนที่มีน้ำไหลลงเขื่อน
เกิน 100 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล 597 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ 594 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนวชิราลงกรณ 319 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำปาว 225 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนอุบลรัตน์ 171 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนศรีนครินทร์ 166 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 115 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุการณ์ (วันที่ 22 สิงหาคม 2568) เขื่อนขนาดใหญ่ทั้งประเทศมีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกัน 47,852 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ
67.47% ของความจุเขื่อน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้ำปานกลาง แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” และพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” ปริมาณน้ำกักเก็บเพิ่มขึ้นเป็น 53,196 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 75% ของความจุเขื่อน ยังคงอยู่ในเกณฑ์น้ำปานกลาง แต่เกิดน้ำล้นที่เขื่อนแม่มอก จ.ลำปาง รวมทั้งมีเขื่อนที่มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ในเกณฑ์น้ำมากเพิ่มขึ้นเป็น 4 เขื่อน คือ เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนน้ำอูน เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนบางพระ จากเดิมที่มีเขื่อนสิริกิติ์เพียงเขื่อนเดียว
ในช่วงที่เขื่อนสิริกิติ์ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” และพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” ระยะเวลา 7 วัน ช่วงวันที่ 26 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2568 มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนเพียง 594 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
โดยมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนรายวันสูงสุด 140.56 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ซึ่งน้อยกว่าช่วงที่ได้รับผลกระทบจากพายุวิภาอยู่ค่อนข้างมาก ที่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนรายวันสูงสุดถึง
300.42 ล้านลูกบาศก์เมตร และในช่วงเวลาเพียง 5 วัน มีน้ำไหลลงเขื่อนสะสมถึง 122 ล้านลูกบาศก์เมตร
อิทธิพลของพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มขึ้นมากถึง 36.34 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 1 กันยายน 2568 ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำกักเก็บ
ในเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก และเริ่มเกิดสถานการณ์น้ำล้นเขื่อนตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2568 ต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นสถานการณ์น้ำ
ล้นเขื่อนที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับข้อมูลในอดีตตั้งแต่มีการสร้างเขื่อน