คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ข้อมูลน้ำ ฝน พายุ ข้อมูลน้ำประเทศไทย ข้อมูลฝนประเทศไทย คลังข้อมูลน้ำ National Hydro Informatics and Climate Data Center NHC คาดการณ์ฝนล่วงหน้า ผังน้ำเจ้าพระยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร สสนก. องค์การมหาชน

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 11/2562 (ระหว่างวันที่ 12-18 มี.ค. 62)

สัปดาห์นี้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังอ่อนลง ส่วนลมตะวันออกกลับมาพัดปกคลุมบริเวณภาคใต้ของประเทศ จากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมยังบริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงวันที่ 14 มี.ค. 62 ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดลงมาพัดสอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับกระแสลมตะวันตกในระดับลมชั้นบน (ระดับ 5.5 กม.) พัดลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันที่ 18 มี.ค. 62 ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในบางแห่ง ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่วัดได้จากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี 63 มิลลิเมตร จังหวัดตราด 53 มิลลิเมตร และจังหวัดเลย 44 มิลลิเมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 10/2562 (ระหว่างวันที่ 5-11 มี.ค. 62)

สัปดาห์นี้ประเทศไทยตอนบนมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดมาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอดทั้งสัปดาห์ ส่งผลให้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนบริเวณภาคใต้มีฝนตกปานกลางถึงตกหนักในบางพื้นที่เกือบตลอดทั้งสัปดาห์ สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่ง ทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันทั้งสิ้น 46,606 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 66% ของความจุ สถานการณ์อยู่ในเกณฑ์น้ำปานกลาง โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้จริง 23,063 ล้านลูกบาศก์เมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 09/2562 (ระหว่างวันที่ 26 ก.พ. - 4 มี.ค. 62)

สัปดาห์นี้บริเวณความกดอากาศสูงยังคงแผ่เป็นลิ่มจากทะเลจีนใต้ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และในช่วงวันที่ 1-4 มี.ค. 62 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดลงมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้าสู่ประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้มีฝนตกต่อเนื่องบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ตอนบน หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 28 ก.พ. 62 ลมตะวันออกที่ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่วัดได้จากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดสกลนคร 55 มิลลิเมตร จังหวัดตาก 48 มิลลิเมตร และจังหวัดจันทบุรี 45 มิลลิเมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 08/2562 (ระหว่างวันที่ 19-25 ก.พ. 62)

บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมบริเวณประเทศไทยอ่อนกำลังลง แต่ยังคงแผ่เป็นลิ่มลงมาปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 21-25 ก.พ. 62 หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณตอนกลางของประเทศไทย ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้น และมีฝนตกเล็กน้อยบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 24-25 ก.พ. 62 ความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศไทย ส่งผลให้พื้นที่ส่วนใหญ่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดปัตตานี 54 มิลลิเมตร สตูล 36 มิลลิเมตร และยะลา 36 มิลลิเมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 07/2562 (ระหว่างวันที่ 12-18 ก.พ. 62)

ความกดอากาศสูงยังคงแผ่เป็นลิ่มลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน หลังจากนั้นในวันที่ 14 ก.พ. 62 บริเวณความกดอากาศสูงเริ่มอ่อนก้าลังลง ส่วนกระแสลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกในช่วงต้นสัปดาห์ และเลื่อนขึ้นมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนในช่วงปลายสัปดาห์ ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง ส้าหรับกระแสลมตะวันออกที่พักปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีก้าลังแรงขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่วัดได้จากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้้าและการเกษตรสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดเลย 89 มิลลิเมตร พิษณุโลก 86 มิลลิเมตร และนครสวรรค์ 81 มิลลิเมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 06/2562 (ระหว่างวันที่ 5-11 ก.พ. 62)

ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมบริเวณตอนบนของประเทศไทยอ่อนกำลังลงในช่วงต้นสัปดาห์ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณตอนกลางของประเทศไทย ในช่วงวันที่ 9-10 ก.พ. 62 หลังจากนั้นความกดอากาศสูงอีกระลอกแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณตอนบนของประเทศ ในช่วงวันที่ 10-11 ก.พ. 62 ลักษณะดังกล่าวส่งผลให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้มีฝนตกปานกลางถึงตกหนักในบางพื้นที่ ในช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์ ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดพังงา 45 มิลลิเมตร ระนอง 33 มิลลิเมตร และชลบุรี 30 มิลลิเมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 05/2562 (ระหว่างวันที่ 29 ม.ค. - 4 ก.พ. 62)

สัปดาห์นี้บริเวณความกดอากาศสูงมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงแผ่เป็นลิ่มจากทะเลจีนใต้ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน จากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอีกครั้งในช่วงวันที่ 31 ม.ค. 62 และอ่อนกำลังลงในช่วงวันที่ 2 ก.พ. 62 ส่วนภาคใต้ของประเทศได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมชายฝั่งประเทศมาเลเซียตอนล่าง ทำให้เกิดลมพัดสอบบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ตอนล่าง ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ พังงา นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง ปัตตานี และนราธิวาส ส่วนบริเวณตอนบนของประเทศมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ชลบุรี ระยอง และตราด ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่วัดได้จากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดปัตตานี 105 มิลลิเมตร นราธิวาส 87 มิลลิเตร และประจวบคีรีขันธ์ 66 มิลลิเมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 04/2562 (ระหว่างวันที่ 22-28 ม.ค. 62)

สัปดาห์นี้ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตลอดทั้งสัปดาห์ ส่งผลให้ประเทศไทยมีอากาศเย็นตลอดทั้งสัปดาห์ และทำให้ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมทะเลอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกในบางพื้นที่ ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดปัตตานี 27 มิลลิเมตร ตรัง 26 มิลลิเมตร และพังงา 14 มิลลิเมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 03/2562 (ระหว่างวันที่ 15-21 ม.ค. 62)

สัปดาห์นี้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากบริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทย อ่าวไทย และอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนตัวมาปกคลุมชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกปานกลางถึงหนักมากในบางแห่งช่วงวันที่ 15-19 ม.ค. 62 โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา ระนอง สตูล กระบี่ ปัตตานี นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง นราธิวาส และชุมพร ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่วัดได้จากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดชุมพร 85 มิลลิเมตร นราธิวาส 67 มิลลิเมตร และสุราษฎร์ธานี 45 มิลลิเมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 02/2562 (ระหว่างวันที่ 8-14 ม.ค. 62)

สัปดาห์นี้ความกดอากาศสูงกำลังแรงจากทะเลจีนใต้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ประกอบกับกระแสลมตะวันตกพัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันลอยตัวขึ้นไปปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ทำให้บริเวณภาคเหนือมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากนั้นความกดอากาศสูงอ่อนกำลังลงในช่วงกลางสัปดาห์จนถึงปลายสัปดาห์ ทำให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยและอ่าวไทยอ่อนกำลังลง ประกอบกับความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณภาคใต้ของประเทศไทยจนถึงปลายสัปดาห์ ส่งผลให้บริเวณภาคใต้มีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ในช่วงปลายสัปดาห์ สำหรับภาคใต้ยังคงมีสถานการณ์น้ำไหลหลากที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฏร์ธานี ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดเชียงราย 149 มิลลิเมตร นราธิวาส 91 มิลลิเมตร และลำปาง 65 มิลลิเมตร

รายงานข้อมูลน้ำรายสัปดาห์ ครั้งที่ 01/2562 (ระหว่างวันที่ 1-7 ม.ค. 62)

สัปดาห์นี้พายุโซนร้อน ปาบึก (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง เคลื่อนตัวผ่านอ่าวไทยตอนล่าง และเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านลงไปสู่ทะเลอันดามันและได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในวันที่ 6 ม.ค. 62 และได้เคลื่อนตัวห่างออกไปยังเกาะนิโคบาร์ แต่ยังคงมีกระแสลมพัดผ่านภาคใต้ตอนบนเข้าหาหย่อมความกดอากาศต่ำ จากอิทธิพลดังกล่าวส่งผลให้บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล พังงา กระบี่ ชุมพร ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ มีฝนตกหนักถึงหนักมากเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้งนี้ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่วัดได้จากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 258 มิลลิเมตร จังหวัดนครศรีธรรมราช 252 มิลลิเมตร และจังหวัดสงขลา 201 มิลลิเมตร



สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)
เลขที่ 901 ถนนงามวงศ์วาน  แขวงลาดยาว เขตจตุจักร  กรุงเทพมหานคร 10900
02 158 0901,     02 158 0910     : info_thaiwaterhaii.or.th
ขอขอบคุณ
กรมชลประทาน กรมฝนหลวง กรมอุตุนิยมวิทยา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด
สถิติเว็บไซต์

Copyright © 2016 | HAII - All rights reserved.